Menu
Super User

Super User

วันนี้ (20 มกราคม 2564) เวลา 15.30 น.นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญนำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานลูกจ้างส่วนราชการต่างๆที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญร่วมกันทำความสะอาดเก็บกวาดขยะ กวาดใบไม้ ตัดแต่งกิ่งไม้ ตัดหญ้าบริเวณ พื้นที่โดยรอบอาคารศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญเพื่อให้พื้นที่โดยรอบบริเวณศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญสวยงามสะอาดตาน่าใช้บริการแก่ประชาชนและผู้ที่มาติดต่อราชการ อีกทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนในการรักษาความสะอาดตามบ้านเรือนรู้จักคัดแยกขยะก่อนทิ้ง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญจะนำส่วนราชการต่างๆทำความสะอาดในทุกๆวันพุธตั้งแต่เวลา 15 .30 น.โดยแบ่งโซนพื้นที่รับผิดชอบให้แต่ละหน่วยงานได้ร่วมกันทำความสะอาดเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน
จังหวัดอำนาจเจริญได้ขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะ ภายใต้นโยบายว่า “อำนาจเจริญเมืองสะอาด” เพื่อให้เกิดจิตสำนึกสำหรับการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ได้ส่งเสริมและสร้างแรงกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคศาสนา ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยให้ถูกต้องตามหลักวิชาการเพื่อนำไปสู่อำนาจเจริญเป็นเมืองสะอาด

 

***************************************************************************************************
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ

วันนี้ (20 มกราคม 2564) เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมฝ้ายขิดคำพระ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ (คทช.จ.อจ.) ครั้งที่ 1/2564 โดยมี นายพิจิตร บุญทัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วย คณะอนุกรรมการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน
สำหรับการประชุมในวันนี้ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงใหญ่ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 701-3-3.65 ไร่ โดยได้มอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับอนุญาตให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาล จำนวน 448 ราย 534 แปลง พื้นที่ป่าดงหัวกองและพื้นที่ป่าดงปอ จำนวน 1,166-2-39.56 ไร่ อยู่ระหว่างการจัดคนลงพื้นที่และขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ และรายงานผลการดำเนินงานของชุดปฏิบัติการ คทช.อำเภอ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติท้องที่จังหวัดอำนาจเจริญ จากนั้นคณะอนุกรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาร่างคำสั่งคณะทำงานภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด จำนวน 3 คณะ การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายรัฐบาล ในปีงบประมาณ พ.ศ.2563 พื้นที่ป่าดงหัวกองและป่าดงปอ เขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ จำนวน 1,166-2-40 ไร่ การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายรัฐบาล ในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงคำเดือยแปลงที่ 1 จำนวน 11,195-3-25 ไร่ และการจัดทำ Action Plan การเสนอพื้นที่เป้าหมาย พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในภาพรวมรายจังหวัด ที่จะต้องนำมาดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (ป่าดงหัวกองและป่าดงบังอี่ จำนวน 2,990 ไร่) เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสในที่ดิน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน


**********************************************************************************
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ

วันนี้ (18 มกราคม 2564) ณ โถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญนำคณะตุลาการ อัยการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ชมรมแม่บ้านมหาดไทย เหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีให้ทรงหายจากพระอาการประชวร
ตามที่สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่องสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุด าฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระประชวร เนื่องจากทรงล้มระหว่างทรงพระดำเนินออกกำลังพระวรกายตามปกติ ในเวลาเช้าวันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ.2564 ทรงได้รับบาดเจ็บที่ข้อพระบาททั้งข้างซ้ายและข้างขวา เป็นเหตุให้ทรงพระดำเนินไม่สะดวก คณะแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้ถวายการรักษา และถวายความเห็นว่าควรทรงงดพระราชกรณียกิจต่างๆ เป็นเวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จังหวัดอำนาจเจริญจึงจัดให้มีพิธีลงนามถวายพระพรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน
พร้อมกันนี้ จังหวัดอำนาจเจริญได้ตั้งโต๊ะลงนามถวายพระพร เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ โถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปด้วย

 

วันนี้ (18 มกราคม 2564) เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์ประชุมพุทธอุทยานอำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันยุทธหัตถี ประจำปี 2564 ต่อเบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่กอบกู้เอกราชให้ชาติไทย โดยเฉพาะวีรกรรมที่ทรงเป็นที่จดจำของปวงชนชาวไทย ที่ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า จนเป็นที่เลื่องลือมาจนถึงปัจจุบันนี้ โดยมี คณะตุลาการ อัยการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอำนาจเจริญ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนทั่วไป ร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นจำนวนมาก
วันยุทธหัตถีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เกิดขึ้นจากสงครามยุทธหัตถีในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อปี 2135 ในครั้งนั้นพระเจ้านันทบุเรงได้ให้พระมหาอุปราชายกทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทราบข่าว จึงยกทัพหลวงไปตั้งรับที่หนองสาหร่าย ซึ่งระหว่างที่การรบกำลังดำเนินอยู่นั้น ช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระเอกาทศรถ ก็ได้ไล่ล่าศัตรูไปจนออกนอกเขตแดน จนทำให้ทั้งสองพระองค์ตกไปอยู่ในวงล้อมของศัตรูโดยไม่รู้ตัว แต่ถึงแม้จะอยู่ในสภาวะเสียเปรียบ พระองค์ก็มีพระสติ ไม่หวั่นไหวและทรงแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วว่า ทางที่จะรอดได้มีเพียงทางเดียวเท่านั้น คือเชิญพระมหาอุปราชาเสด็จมาทำยุทธหัตถี และท้ายที่สุดพระองค์สามารถกระทำยุทธหัตถี ได้รับชัยชนะอย่างสมพระเกียรติ และนับตั้งแต่นั้นมา ก็ไม่มีกองทัพใดกล้ายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีกเลย ทำให้ในสมัยนั้น ไทยได้ขยายอาณาเขตไปอย่างกว้างขวางกว่าสมัยใดๆ ซึ่งการทำยุทธหัตถีในครั้งนั้น ถือว่าเป็นการทำยุทธหัตถีที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย และยังเป็นการรบบนบกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อันแสดงถึงภาพลักษณ์แห่งความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยวของชาวไทย ที่มีความสมัครสมาน สามัคคี และเสียสละ ร่วมกันต่อสู้เพื่อรักษาเอกราชของชาติไทยให้ชนรุ่นหลังได้รำลึกถึงตลอดไป


***************************************************************************
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ

วันนี้ (17 มกราคม 2564) เวลา 08.30 น. ที่พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดอำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด ถวายราชสักการะ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2564 โดยมีคณะตุลาการ อัยการ ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน เหล่ากาชาดจังหวัด กลุ่มพลังมวลชนและประชาชนชาวจังหวัดอำนาจเจริญ เข้าร่วมในพิธี
มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติอำนาจเจริญ ได้จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่พระองค์ท่านทรงเป็นนักการทหาร นักปกครอง นักการทูต และนักปราชญ์ที่กล้าหาญ ชาญฉลาด เลื่องลือไปทั่วปฐพี ทรงมีพระเมตตาเอาพระทัยใส่ในทุกข์สุขของประชาชนให้มีการประกอบอาชีพอย่างเสรี ทรงยกเลิกจังกอบ ทรงให้กรรมสิทธิ์ที่ดินทำกินแก่ประชาชน ทรงเป็นผู้มีนโยบายกระชับมิตรกับดินแดนต่าง ๆ ทั้งใกล้เคียงและห่างไกล และทรงเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนา ดังปรากฏหลักฐานว่า ทรงจัดสร้างพระอารามทั้งในและนอกราชธานี รวมทั้งการเผยแผ่หลักธรรม และสร้างศาสนวัตถุ
นอกจากพระราชกรณียกิจทางด้านพระพุทธศาสนาแล้ว พระองค์ทรงส่งเสริมให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองทางปัญญา และศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่น คือ การประดิษฐ์อักษรไทย หรือลายสือไท ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงความเป็นอารยชนของอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งเป็นคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อปวงชนชาวไทย ที่ได้รับทราบความเป็นมาของชาติบ้านเมือง และเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์นับแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2553 กำหนดให้ วันที่ 17 มกราคมของทุกปี เป็น "วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช"

 

วันนี้ (14 มกราคม 2564) เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมพระมงคลมิ่งเมือง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ นายพิจิตร บุญทัน นายธนูสินธ์ ไชยสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมประชุม ผ่านระบบ VCS จากกระทรวงมหาดไทย ในการเร่งขับเคลื่อนโครงการสำคัญ ตามนโยบายรัฐบาลเพื่อประโยชน์กับประชาชนทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง โดยมี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานร่วมการประชุมชี้แจงข้อราชการสำคัญ ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) และ DOPA Channel ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการส่วนกลางประจำภูมิภาค นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั่วประเทศ
โดยนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการขับเคลื่อนแนวทางการพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก ปีงบประมาณ พ. ศ. 2564 วงเงิน 2,400 ล้านบาท จากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปี 2564 มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยใช้กลไกการสนับสนุนเทคโนโลยีพลังงานทดแทนหรือการอนุรักษ์พลังงานที่เหมาะสมกับกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสหกรณ์กลุ่มเกษตรกร ที่มีความพร้อมในการบริหารจัดการเทคโนโลยีพลังงานที่เหมาะสม และเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงการใช้พลังงานแบบพึ่งพาตนเองในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งการจัดสรรเงินกองทุนฯ นี้จะช่วยเศรษฐกิจฐานราก ให้เกิดการกระจายไปยังทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง โดยกระทรวงพลังงานจะสนับสนุนการทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์จากโครงการให้มากที่สุด
นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การจัดสรรเงินกองทุนฯ ดังกล่าว ในส่วนของจังหวัด วงเงินจังหวัดละ 25 ล้านบาท โดยเทคโนโลยีพลังงานทดแทนเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ 1) สถานีพลังงานชุมชน เป็นการส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานภายใต้แนวคิด ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ โดยสามารถขอรับการสนับสนุนเทคโนโลยีเดี่ยวหรือหลายเทคโนโลยีที่ประกอบกัน โดยมีรูปแบบของการร่วมจ่าย (Co-Pay) เช่น ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์แบบเคลื่อนที่ เตาชีวมวลประสิทธิภาพสูง และระบบผลิตแก๊สชีวภาพจากของเสีย เป็นต้น 2) ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับบ่อบาดาล โซล่าเซลล์ขนาด 2.5 กิโลวัตต์ และถังพักน้ำขนาดบรรจุ 20 ลูกบาศก์เมตร และ 3) ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับพื้นที่ที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ไม่มีไฟฟ้า ได้แก่ บ้านอยู่อาศัย กลุ่มชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และโรงเรียนในสังกัดรัฐบาล โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและส่วนราชการ จะเสนอโครงการผ่านคณะทำงานบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานเชิงพื้นที่ทำการกลั่นกรอง เรียงลำดับความสำคัญเสนอคณะกรรมการบริหารจังหวัดแบบบูรณาการ (กบจ.) เพื่อนำเสนอไปยัง คณะอนุกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานต่อไป
นายวราวุธ ศิลปอาชา กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจที่สำคัญทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ตามนโยบายรัฐบาลใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) การแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 ด้วยการพิจารณาจัดตั้งชุดปฏิบัติการมวลชนลงพื้นที่สร้างการรับรู้ความเข้าใจและเข้ามามีส่วนในการลดต้นเหตุการณ์เกิดไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 ร่วมกันระหว่าง ทส. ฝ่ายปกครอง ทหาร และจิตอาสาพระราชทาน รวมถึงส่งเสริมบทบาทเครือข่ายภาคประชาชน อปท. และผู้นำชุมชน รวมทั้งขอให้การลดและควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษอื่น ๆ เช่น การจราจร ภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปด้วย 2) การปลูกป่า/สร้างฝาย/ระบบกระจายน้ำ : พื้นที่ป่าต้นน้ำ โดยให้ทุกจังหวัดเร่งรัดขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าตามคู่มือที่ ทส. ได้จัดทำไว้ ตามแผน 2.68 ล้านไร่ในปี 2570 เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งในและนอกเขตป่าร่วมกับชุมชน อปท. และทุกภาคส่วนตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ รวมทั้งพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าระดับจังหวัดให้แล้วเสร็จ ภายในเดือน ม.ค.64 การสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ป่าต้นน้ำ การจัดทำโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในการปลูกป่าต้นน้ำ อีกทั้งพิจารณาประสาน อปท. ร่วมกับชุมชน จัดตั้งเรือนเพาะชำชุมชน 3) การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ภายใต้ คทช. โดยเร่งรัดให้เกิดการอนุญาตการเข้าทำประโยชน์ของชุมชนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 375 พื้นที่ หรือ 1,890,648 ไร่ ใน 63 จังหวัด รวมถึงสำรวจพื้นที่สนับสนุนแหล่งน้ำ และสร้างอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ คทช. นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่จำนวน 4.75 ล้านไร่ ในการสำรวจและรังวัดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ให้ครบถ้วนแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 64 และ 4) การขออนุญาตการใช้ประโยชน์ของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยการขออนุญาตการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่ก่อสร้างไปก่อนได้รับการอนุญาตนั้น ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งส่วนราชการที่ยื่นคำขอจัดเตรียมรายละเอียดประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน ให้กับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด หรือสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่โดยเร่งด่วน ส่วนการขออนุญาตการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (โครงการใหม่) ขอให้เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ภายใน 31 มกราคม 2564 โดย ทส. จะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้แล้วเสร็จภายในเดือน มีนาคม 2564
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำแนวนโยบายและโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงพลังงานและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันของส่วนราชการในส่วนภูมิภาค ไปขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นไปตามเป้าหมายที่กระทรวงและรัฐบาลกำหนด เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนตามวัตถุประสงค์ต่อไป

 

****************************************

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ

วันนี้ (14 มกราคม 2564) นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญพร้อมด้วยนายพิจิตร บุญทัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญลงพื้นที่มอบแนวทางการทำงานและเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19ในระดับจังหวัดและระดับอำเภอทั้ง 7 อำเภอในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญที่เดินทางมาเข้าร่วมประชุมฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ณ กองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 1 อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อเตรียมการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆอย่างรอบด้าน ที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 ในพื้นที่อำนาจเจริญ ให้สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงทีและเกิดผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ให้น้อยที่สุด
โดยการประชุมฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019ในครั้งนี้มีการบรรยายให้ความรู้สถานการณ์โควิด 19ในภาพรวมของจังหวัดอำนาจเจริญและในระดับประเทศ โดยสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ และบรรยายแผนเผชิญเหตุโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019ของจังหวัดอำนาจเจริญโดยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญ โดยจังหวัดอำนาจเจริญได้มีการทำแผนเผชิญเหตุโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งในวันนี้ได้นำมาทบทวนใหม่เพราะสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นมีการเปลี่ยนแปลงไปจากรูปแบบเดิม ซึ่งในการประชุมมีการจำลองเหตุการณ์ต่างๆขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้พูดคุยเสนอแนะแนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกันในด้านต่างๆที่จะกระทบกับประชาชนให้ครอบคลุมในทุกๆด้าน เพื่อที่จะสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงทีและให้เกิดผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุดเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดอำนาจเจริญสามารถจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี โดยมีมาตรการต่างๆที่ดำเนินอย่างรัดกุม โดยสามารถความคุมสถานการณ์ทำให้ไม่มีมียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก แต่เพื่อความไม่ประมาทก็มีการเตรียมความพร้อมตลอดเวลา จึงได้มีการจัดการประชุมฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ขึ้นในวันนี้ และที่สำคัญทุกภาคส่วนต้องร่วมด้วยช่วยกันทั้งภาคราชการเอง และประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และทำการกักตัว14 วัน ตามมาตรการที่วางไว้ และประชาชนในพื้นที่เองไม่จำเป็นก็อย่าเดินทางออกนอกพื้นที่ และต้องปฏิบัติตัวตามมาตรการอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันตนเองจากโรคโควิด 19 โดยก่อนออกจากบ้านต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง หมั่นตรวจวัดอุณหภูมิและโหลดแอปไทยชนะและหมอชนะเพื่อให้ง่ายต่อการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 ด้วย

วันนี้ (13 มกราคม 2564) เวลา 10.30 น. นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วย นายสรวิศ สมพงษ์ นายอำเภอปทุมราชวงศา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอำนาจเจริญ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดอำนาจเจริญ ลงพื้นที่ออกเยี่ยมประชาชนผู้สูงอายุ 102 ปี คือ นายใบ ป้องปก บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 3 ตำบลลือ อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ มอบผ้าห่มกันหนาว เครื่องอุปโภคบริโภค และเงินช่วยเหลือ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้สูงอายุและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน อีกทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างส่วนราชการกับประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ภายหลังจากช่วงนี้พื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้สูงอายุหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว จังหวัดอำนาจเจริญ จึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่นำผ้าห่มกันหนาวมอบให้กับครอบครัวผู้สูงอายุสำหรับดูแลสุขภาพ สร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย ป้องกันอาการเจ็บป่วยจากภัยหนาวได้อย่างทั่วถึงต่อไป


*************************************************************************
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ

เช้าวันนี้ เวลา 06.10-07.00 น. (วันที่ 13 มกราคม 2564) นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ให้เกียรติร่วมรายการ “ผู้ว่าฯ คุยกับประชาชน” ทาง สวท.อำนาจเจริญ ระบบ F.M คลื่นความถี่ 103.25 MHz. และระบบ AM คลื่นความถี่ 1422 KHz
ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้กล่าวถึง ช่วงนี้บ้านเรามีอากาศหนาวมากและมีลมแรง ขอให้ดูแลรักษาสุขภาพและระมัดระวังการก่อไฟผิงขอให้ดับไฟให้สนิทด้วย และการลงพื้นที่ ของ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข และโฆษก ศบค. ลงพื้นที่สำรวจความพร้อม เตรียมการจัดตั้งสนาม รองรับสถานการณ์ หากเกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งจังหวัดอำนาจเจริญได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร ทรัพยากร งบประมาณ และสถานที่ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามไว้ จำนวน 2 ที่ ได้แก่ อาคารกีฬาเอนกประสงค์ ภายใน สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดอำนาจเจริญ และที่ อาคารหอพักนักศึกษา 1 ภายในมหาวิทยาลัยมหิดล โครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ (ตำบลสร้างนกทา) ซึ่งภายในหอพักนั้น มี จำนวน 3 ชั้น 45 ห้อง สามารถรองรับรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 กรณีโรงพยาบาลรับมือไม่เพียงพอ โดยสถานที่มีความพร้อม 100% ซึ่งทางมหาวิทยาลัยมหิดล โครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ (ตำบลสร้างนกทา) มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้จังหวัดอำนาจเจริญได้ใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เนื่องจากเล็งเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับชาวอำนาจเจริญ ประกอบกับ เป็นสถานที่ปิดที่มีบริเวณกว้างขวาง มีอาคารที่เหมาะสม และพร้อมที่จะร่วมมือกับจังหวัดในการดูแลผู้ป่วยอย่างดีที่สุดเพื่อให้ทุกคนได้รับความสะดวกสบายมีความปลอดภัยจากโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019
ประเด็น สถานการณ์และมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ผู้ป่วยติดเชื้อรายที่ 1 รักษาหายแล้ว แต่ยังต้องกักตัวอีก 14 วัน ส่วนรายที่ 2 อาการหายดีแล้ว แต่ต้องรักษาที่โรงพยาบาลอีก 14 วัน ถึงจะกลับบ้านได้ โดยจังหวัดอำนาจเจริญได้ประกาศมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) ให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบถึงมาตรการ ดังนี้ ให้พื้นทีทุกอำเภอเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง เร่งรัดการตรวจหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกและการสอบสวนโรคในพื้นที่ ให้ประชาชนดำเนินตามมาตรการประกอบด้วย เว้นระยะห่างกัน สวมหน้ากากอนามัย/ผ้า หมั่นล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ/หมอชนะ ห้ามแรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้ายเช้า ออกจากพื้นที่จังหวัด โดยเด็ดขาด ใช้มาตรการ Work From Home อย่างเต็มขีดคามสามารถ งดจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวทุกประเภท พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม ให้รายงานตัวต่อนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม.ในพื้นที่ทันทีเพื่อกักตัวอย่างน้อย 14 วัน หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรสให้รีบพบแพทย์ทันที
ประเด็น การดำเนินโครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” จังหวัดอำนาจเจริญ โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ได้รับจัดสรรงบประมาณในการดำเนินงาน โครงการ โคก หนอง นา โมเดล จำนวน 2 โครงการฯ ได้แก่ โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” มีเป้าหมายในการดำเนินโครงการฯ จำนวน 159 ครัวเรือน ได้แก่ อำเภอเมือง 51 ครัวเรือน จำนวน 17 ตำบล อำเภอชานุมาน 21 ครัวเรือน 5 ตำบล อำเภอปทุมราชวงศา 28 ครัวเรือน 7 ตำบล อำเภอพนา 14 ครัวเรือน 4 ตำบล อำเภอเสนางคนิคม 17 ครัวเรือน 5 ตำบล อำเภอหัวตะพาน 14 ครัวเรือน 8 ตำบล และอำเภอลืออำนาจ 14 ครัวเรือน 6 ตำบล ส่วนโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมหลักพัฒนาศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” มีเป้าหมายในการดำเนินโครงการฯ จำนวน 122 ครัวเรือน ได้แก่ อำเภอเมือง 16 ครัวเรือน อำเภอชานุมาน 6 ครัวเรือน อำเภอปทุมราชวงศา 11 ครัวเรือน อำเภอพนา 10 ครัวเรือน อำเภอเสนางคนิคม 11 ครัวเรือน อำเภอหัวตะพาน 52 ครัวเรือน และอำเภอลืออำนาจ 16 ครัวเรือน
พร้อมทั้งกล่าวถึงการปฏิบัติภารกิจที่สำคัญในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา และช่วงท้ายรายการได้เปิดสายโทรศัพท์ ให้ประชาชนได้โทรเข้าในรายการด้วย


************************************
ผช.ปชส.อจ./ดำเนินรายการ สวท.อจ./ภาพ สมพร ภูมลี/สรุป พิมพ์

วันนี้ (12 มกราคม 2564) เวลา 13.45 น. ที่ห้องประชุมพระมงคลมิ่งเมือง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 10 และ โฆษก ศบค. ประชุมร่วมกับคณะกรรมการศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีนายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อเตรียมความพร้อม ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ตามที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญ ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ขึ้น และมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการให้เป็นไปตามแผนเผชิญเหตุฯ เพื่อป้องกันและระงับยับยั้งไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งปัจจุบัน จังหวัดอำนาจเจริญ มีผู้ป่วย ยืนยัน 2 ราย เข้ารักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลหัวตะพาน ซึ่งหายป่วย กลับบ้านแล้ว 1 ราย
ทางผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ สั่งการให้ทุกหน่วยงาน ดำเนินการ ดาวน์โหลด แอปพลิเคชันหมอชนะ เป็นแอปพลิเคชันที่บันทึกข้อมูลการเดินทางของผู้ใช้งานด้วยเทคโนโลยี GPS และ Bluetooth ร่วมกับการสแกน QR Code เช่น ไทยชนะ เพื่อเช็คอินตามสถานที่ต่าง ๆ ทำให้บันทึกการเดินทางของผู้ใช้งานแม่นยำและเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวก ให้กรมควบคุมโรคและบุคลากรทางการแพทย์สอบสวนโรคได้อย่างรวดเร็ว โดยหมอชนะจะแจ้งไปยังกลุ่มผู้ใช้งานที่มีประวัติสัมผัสหรือเข้าใกล้กับผู้ติดเชื้อ Covid-19 ถึงวิธีการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง
จากนั้น ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 10 ลงพื้นที่สำรวจความพร้อม เตรียมการจัดตั้งสนาม รองรับสถานการณ์ หากเกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งจังหวัดอำนาจเจริญ ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร ทรัพยากร งบประมาณ และสถานที่ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ไว้ จำนวน 2 ที่ ได้แก่ อาคารกีฬาเอนกประสงค์ ภายใน สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดอำนาจเจริญ และ ที่ อาคารหอพักนักศึกษา 1 ภายในมหาวิทยาลัยมหิดล โครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ (ตำบลสร้างนกทา) ซึ่งภายในหอพักนั้น มี จำนวน 3 ชั้น 45 ห้อง สามารถรองรับรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 กรณีโรงพยาบาลรับมือไม่เพียงพอ โดยสถานที่มีความพร้อม 100 %
การเตรียมความพร้อมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามแห่งนี้จะใช้ในกรณีการระบาดของโรค COVID-19 ในวงกว้าง มีความจำเป็นต้องจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เพื่อจัดตั้งระบบบริการดูแลรักษาพยาบาล ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patients under investigated : PUI) ในกรณีที่เกินขีดความสามารถของโรงพยาบาล ตั้งแต่ การคัดกรองผู้ป่วย การให้การวินิจฉัย การดูแลรักษาแบบ One Stop Services รวมถึงเพื่อให้สามารถรับผู้ป่วยโรค COVID-19 ที่ได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลแต่ต้องกักกันโรคต่อ หรือผู้ป่วย COVID-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง ไว้ดูแลรักษาแบบผู้ป่วยใน เฉพาะกรณีที่มีการระบาดเป็นวงกว้าง จำนวนผู้ป่วยเกินขีดความสามารถของโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลเฉพาะโรคที่กำหนดไว้
ซึ่งทางมหาวิทยาลัยมหิดล โครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ (ตำบลสร้างนกทา) มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้จังหวัดอำนาจเจริญได้ใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เนื่องจากเล็งเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับชาวอำนาจเจริญ ประกอบกับ เป็นสถานที่ปิดที่มีบริเวณกว้างขวาง มีอาคารที่เหมาะสม และพร้อมที่จะร่วมมือกับจังหวัดในการดูแลผู้ป่วยอย่างดีที่สุดเพื่อให้ทุกคนได้รับความสะดวกสบายมีความปลอดภัยจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019

 

**************************************

*สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ

หน้าที่ 1 จาก 32