Menu

วันนี้ (30 พฤศจิกายน 2564) ที่หอประชุมพญานาครินทร์ ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดอำนาจเจริญ โดยมี นายธนูสินธ์ ไชยสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ พัฒนาการอำเภอ และทีมปฏิบัติการตำบล เข้าร่วมประชุมรับมอบนโยบาย
รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชน ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ผ่านกลไกกระทรวงและส่วนราชการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในแต่ละด้าน ทั้งด้านการเกษตร ปศุสัตว์ สุขภาพ การศึกษา เป็นต้น จึงเป็นที่มาของการแต่งตั้งคณะกรรมการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (คจพ.) และทีมขับเคลื่อนระดับต่าง ๆ
สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างบูรณาการ เป็นรูปธรรมและยั่งยืนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยใช้ข้อมูล TPMAP 5 มิติ ได้แก่ มิติด้านสุขภาพ ด้านความเป็นอยู่ ด้านรายได้ ด้านการศึกษา และการเข้าถึงบริการภาครัฐ ขับเคลื่อนโดย 1) เติมเต็มข้อมูลในระบบ TPMAP ให้ครอบคลุมประเด็นการพัฒนาทุกมิติและทุกพื้นที่ในประเทศ 2) ร่วมแก้ไขปัญหาในระดับบุคคล/ครัวเรือน หาเป้าหมายวิกฤติและเยี่ยมบ้าน (Knock Knock) โดยจำแนกกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 3 ประเภท คือ กลุ่มเป้าหมายในระบบ TPMAP กลุ่มคนที่ตกหล่นจากระบบ (exclusion error) และกลุ่มครัวเรือนเปราะบาง ปี 2562 3) ร่วมแก้ปัญหาและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน โดยใช้ระบบ TPMAP วิเคราะห์ข้อมูล นำไปสู่การกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ แนวทาง มาตรการ ให้สอดคล้องกับปัญหา 4) ร่วมติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล โดยใช้ระบบ TPMAP โดยมีกลไก 3 ระดับ ได้แก่ ระดับจังหวัด ผ่านศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด และกรุงเทพมหานคร (ศจพ.จ. และ ศจพ.กทม.) ระดับอำเภอ ผ่านศูนย์อำนวยการปฏิบัติการฯ อำเภอ และเขตในกรุงเทพมหานคร (ศจพ.อ. และ ศจพ.ข.) และระดับปฏิบัติการ ผ่านทีมปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับพื้นที่ และจะได้มีการจัดตั้งทีมพี่เลี้ยงเพื่อดูแล ติดตามการแก้ปัญหาความยากจนของครัวเรือน เพื่อให้ครอบคลุมสภาพปัญหาที่อาจยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และให้คณะกรรมการศูนย์อำนวยการฯ ทุกระดับ และทีมปฏิบัติการฯ ตำบล ดำเนินการขับเคลื่อนการทำงานให้เป็นไปตามเป้าหมายและเงื่อนเวลาที่กำหนด เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำเกิดมรรคผลเป็นรูปธรรมให้มากที่สุด เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความสุขอย่างยั่งยืนต่อไป

*********************************************************
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ

วันนี้ (29 พฤศจิกายน 2564) เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานในพิธีรับเงินพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ความช่วยเหลือสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่ใช้เป็นโรงพยาบาลสนาม หรือสถานที่กักตัว หรือศูนย์พักคอย ในช่วงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่ม หน่วยตรวจสอบภายในและบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมในพิธี
นายอดุลย์ กองทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ กล่าวถึงการจัดพิธีในวันนี้ว่าตามที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มสูงขึ้นและมีการระบาดไปทั่วประเทศ ส่งผลให้โรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามในแต่ละพื้นที่ ที่ทำการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไม่เพียงพอ ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนและสังคมกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ใช้สถานที่ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นโรงพยาบาลสนาม สถานที่กักตัว หรือศูนย์พักคอยตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเงินส่วนพระองค์ ในการให้ความช่วยเหลือสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญในส่วนของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาเจริญ จำนวน 1 แห่ง รวม 8 เตียง เป็นเงินจำนวน 20,480 บาท ได้แก่ โรงเรียนบ้านเชือก อำเภอเมืองอำนาจเจริญ โดยมี นายเอกภพ โพธาทอง ผู้อำนวยการโรงเรียน เข้ารับเงินพระราชทาน และโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ จำนวน 2 แห่ง รวม 60 เตียง เป็นเงินจำนวน 98,600 บาท ได้แก่ โรงเรียนเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม โดยมีนายสมพร ภิญโญ เข้ารับเงินพระราชทาน และโรงเรียนศรีเจริญศึกษา อำเภอหัวตะพาน โดยมีนายรุณรงค์ อนันต์เรือง เข้ารับเงินพระราชทาน รวมเงินพระราชทานทั้งสิ้น จำนวน 119,080 บาท เพื่อให้สถานศึกษาดังกล่าวนำเงินไปใช้ชำระเป็นค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายซ่อมแซม ในการปรับปรุงอาคารให้คืนสู่สภาพเดิมเพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนต่อไป

วันนี้ (28 พฤศจิกายน 2564 ) เวลา 08.00 น. นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โนนหนามแท่ง ณ หน่วยเลือกตั้งศาลากลางบ้านคำน้อย หมู่ที่ 13 ตำบลโนนหนามแท่ง อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมดูความเรียบร้อยของหน่วยเลือกตั้งพร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งในพื้นที่อำเภอเมืองอำนาจเจริญ 3 จุด ที่ ศาลากลางบ้านคำน้อย หมู่ที่ 14 ตำบลโนนหนามแท่ง ศาลากลางบ้านโคกกอก หมู่ที่ 3 ตำบลนาผือ วัดบ้านนาสีนวน หมู่ที่ 8 ตำบลกุดปลาดุก ซึ่งบรรยากาศในช่วงเช้ามีประชาชนในพื้นที่เริ่มทยอยเดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งภายไต้มาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด19 อย่างเคร่งครัด
สำหรับจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลของจังหวัดอำนาจเจริญ โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอำนาจเจริญได้สรุปข้อมมูลแบ่งตามอำเภอและตำบล ประกอบด้วย อำเมืองอำนาจเจริญประกอบด้วยตำบลกุดปลาดุก ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 4,880 คน ตำบลคึมใหญ่ 4,452 คน ตำบลดอนเมย 2,308 คน ตำบลนาจิก 3,485 คน ตำบลนาแต้ 4,579 คน ตำบลนาผือ 5,443 คน ตำบลน้ำปลีก 3,141 คน ตำบลโนนโพธิ์ 5,541 คน ตำบลโนนหนามแท่ง 6,781 คน ตำบลบุ่ง 2,523 คน ตำบลปลาค้าว 4,588 คน ตำบลสร้างนกทา 5,277 คน ตำบลหนองมะแซว 3,558 คน ตำบลห้วยไร่ 4,644 คน ตำบลเหล่าพรวน 3,186 คน อำเภอชานุมานประกอบด้วย ตำบลคำเขื่อนแก้ว 7,107 คน ตำบลโคกสาร 4,477 คน ตำบลชานุมาน 5,623 คน ตำบลป่าก่อ 6,299 คน อำเภอปทุมราชวงศา ประกอบด้วย ตำบลคำโพน 6,256 คน ตำบลนาหว้า4,117 คน ตำบลโนนงาม 3,145 คนตำบลลือ 6,700 คน อำเภอพนาประกอบด้วยตำบลจานลาน 7,090 คน ตำบลพนา 2,439 คน ตำบลไม้กลอน 6,198 คน อำเภอลืออำนาจประกอบด้วยตำบลดงบัง 5,040 คน ตำบลแมด 3,609 คน ตำบลไร่ขี 3,528 คน อำเภอเสนางคนิคมประกอบด้วยตำบลนาเวียง 5,372 คน ตำบลโพนทอง 4,454 คน ตำบลไร่สีสุก 4,247 คน ตำบลหนองสามสี 3,440 คน ตำบลหนองไฮ 5,155 คน อำเภอหัวตะพานประกอบด้วยตำบลคำพระ 5,880 คน ตำบลจิกดู่ 5,646 คน ตำบลโพนเมืองน้อย 5,553 ตำบลสร้างถ่อน้อย 6,243 คน ตำบลหนองแก้ว 3,268 คน

 

วันนี้ (27 พฤศจิกายน 2564) เวลา 14.20 น. นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะพร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ 2 จุด ณ บริเวณสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านวินัยดี ตำบลนาป่าแซง อำเภอปทุมราชวงศาและบริเวณฝายห้วยพระเหลา บ้านปทุมแก้ว ตำบลพระเหลา อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีนายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ให้การต้อนรับพร้อมร่วมรับฟังปัญหาและหาแนวทางช่วยเหลือ พร้อมด้วย นายดะนัย มะหิพันธ์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย
ตามที่นายดะนัย มะหิพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ ได้ทำหนังสือไปถึงประธานสภาผู้แทนราษฏร เรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้งของกรมชลประทานในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญซึ่งพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้รับทราบปัญหาจึงมอบหมายให้นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยในวันนี้ (27 พฤศจิกายน 2564)ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชน ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ 2 จุด ได้แก่ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านวินัยดี ตำบลนาป่าแซง อำเภอปทุมราชวงศา ซึ่งโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านวินัยสร้างขึ้นเมื่อปี 2560 โดยกรมชลประทานและได้ส่งมอบให้เทศบาลตำบลนาป่าแซง ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เป็นอย่างมาก จนกระทั่งปี พ.ศ. 2562 ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุลทำให้ระบบสูบน้ำเสียหายไม่สามารถใช้การได้ ซึ่งเทศบาลตำบลนาป่าแซงไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม ระบบดังกล่าวจึงไม่เกิดประโยชน์ประชาชนในพื้นที่จึงได้เรียกร้องให้มีการซ่อมแซมระบบเพื่อให้สามารใช้งานได้ดังเดิมเพราะเสียดายงบประมาณที่ทำโครงการนี้ เป็นเหตุให้นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ในวันนี้และสั่งการให้ ดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมโดยใช้งบของเทศบาลตำบลนาป่าแซงจำนวน 1,000,000 บาทและใช้เทคนิคของกรมชลประทานซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
จากนั้นนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่ฝายห้วยพระเหลา บ้านปทุมแก้ว ตำบลพระเหลา อำเภอพนา ซึ่งฝายแห่งนี้ก่อสร้างโดยกรมชลประทานเมื่อปี 2563 ครอบคลุมพื้นที่ใช้ประโยชน์กว่า 700 ไร่ แต่เนื่องจากฝายแห่งนี้เก็บน้ำได้น้อยและยังไม่มีระบบส่งน้ำ จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำและให้กรมทรัพยากรน้ำจัดทำระบบส่งน้ำให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรในการปลูกพืชใช้น้ำน้อยครอบคลุมทั้งตำบล
นอกจากพื้นที่ 2 จุดที่เดินทางไปตรวจเยี่ยมพบปะประชาชนแล้ว ยังมีอีกหลายจุดที่ลำห้วยพระเหลาไหลผ่านและลำห้วยอื่นๆก็เจอปัญหาเช่นกัน นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้บูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนโดยมีนายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาเจริญเป็นประธานในการดำเนินการให้ และในส่วนฝายต่างๆที่ตื้นเขินได้สั่งให้ชลประทานจังหวัดไปสำรวจและจะหางบประมาณมาดำเนินการขุดลอกให้ ซึ่งพื้นที่ใหนที่ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์จากการขุดดินก็จะใช้วิธีการดินแลกน้ำ ที่ใหนไม่มีคนเอาดินก็จะใช้ระบบงบประมาณ

วันนี้ (24 พฤศจิกายน 2564) เวลา 17.30 น. นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานพร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการประสานความร่วมมือขอใช้พื้นที่ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ Love Farmer & Biz Shop Amnatcharoen บูรณาการความร่วมมือส่งเสริมการขายสินค้าของ บริษัทประชารัฐ รักสามัคคีอำนาจเจริญ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด และเครือข่ายธุรกิจบิสคลับอำนาจเจริญ โดยมี นายธนูสินธ์ ไชยสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน กลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิตและผู้ประกอบการจังหวัดอำนาจเจริญ เข้าร่วมในพิธี ณ ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ Love Farmer & Biz Shop Amnatcharoen
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มุ่งเน้นในการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐให้สามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงาน รัฐบาลมีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ สร้างรายได้และความเจริญ ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ประกอบกับยุทธศาสตร์จังหวัดอำนาจเจริญประเด็นการพัฒนาที่ 2 การส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การลงทุนของจังหวัด เพื่อสร้างอาชีพและรายได้แก่ชุมชนให้สามารถแข่งขันได้ จังหวัดอำนาจเจริญ จึงได้บูรณาการการทำงานร่วมกันสามฝ่าย ประกอบด้วย ภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานธนารักษ์อำนาจเจริญ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ ภาคเอกชน ได้แก่ เครือข่ายธุรกิจบิสคลับอำนาจเจริญ และบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีอำนาจเจริญ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด และภาคประชาชน ได้แก่ กลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการจังหวัดอำนาจเจริญ ในการลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพคนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง อีกทั้งเป็นการส่งเสริมสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์จังหวัดอำนาจเจริญ ให้มีมูลค่า มีช่องทางการตลาดและมีรายได้เพิ่มมากขึ้น
โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ภายในศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ฯ พร้อมเยี่ยมชมการออกร้านจำหน่ายสินค้าจากเครือข่ายธุรกิจบิสคลับอำนาจเจริญ


***************************************************************
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ

วันนี้ (23 พฤศจิกายน 2564) เวลา 10.00 น. ที่หอประชุมพญานาครินทร์ ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานในพิธีมอบหนังสือพระราชทาน สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่ม 42 จังหวัดอำนาจเจริญ โดยมี นางรัชชุมา บุตรโพธิ์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอำนาจเจริญ นายพิจิตร บุญทัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและนักเรียน เข้าร่วมในพิธี
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วยการนำเอาองค์ความรู้ที่แตกต่างกันตามหมวดวิชาต่างๆ ให้นักวิชาการ ผู้รู้ ช่วยกันเรียบเรียงเป็นภาษาที่ง่าย เผยแพร่ไปสู่เด็กเยาวชนและผู้ใหญ่ ในทุกจังหวัด ทำให้ทั้งผู้ปกครองครู อาจารย์ เด็กเยาวชนได้มีโอกาสในการที่จะแสวงหาองค์ความรู้ที่แตกต่างหลากหลาย และที่สำคัญทรงมีพระราชดำริให้จัดทำสารานุกรมในรูปแบบ E-Book ทำให้เรื่องราวต่างๆ ในสารานุกรมสามารถเผยแพร่กระจายไปสู่ประชาชนทุกวัยได้โดยง่าย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
สำหรับจังหวัดอำนาจเจริญ ได้รับหนังสือพระราชทาน สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 42 จำนวน 76 เล่ม และได้มอบให้กับโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จำนวน 53 แห่ง โรงเรียนมัธยมศึกษา จำนวน 22 แห่ง และโรงเรียนการศึกษาพิเศษอีก 1 แห่ง เพื่อให้โรงเรียนได้มีหนังสือที่รวบรวมความรู้แขนงต่างๆ สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้มีโอกาสอ่านเพื่อศึกษาหาความรู้ สามารถสร้างประโยชน์ให้กับตนเอง ครอบครัว ตลอดจนสังคม และประเทศชาติต่อไป
โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการอำนาจเจริญ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการเกี่ยวกับหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และขอให้ทุกภาคส่วนภูมิใจและตั้งใจในการมีส่วนร่วมสนองแนวพระราชดำริให้นักเรียนได้เข้าถึงสารานุกรมไทยฯ ได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึงตามพระราชปณิธาน


***************************************************************
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ

จังหวัดอำนาจเจริญ จัดพิธีมอบหนังสือพระราชทาน สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่ม 42 (apps.go.th)

วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2564) เวลา 13.30 น.ที่ห้องประชุมพระมงคลมิ่งเมือง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมจัดการแข่งขันปั่นจักรยานพิชิตภูสิงห์-ภูผาผึ้ง ร่วมกับคณะกรรมการปั่นจักรยาน เพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดอำนาจเจริญ ประจำปี 2564 โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 12 ธันวาคม 2564 เพื่อสนองตอบนโยบายรัฐบาล ในการเปิดประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวและการออกกำลังกายด้วยกีฬาจักรยาน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอำนาจเจริญให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
ที่ประชุมได้หารือความเห็นชอบจากคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ โดยจังหวัดอำนาจเจริญ กำหนดจัดกิจกรรมโครงการปั่นจักรยานเมือง 3 ธรรม อำนาจเจริญ 7 เส้นทาง 7 อำเภอ ซึ่งครั้งนี้ เป็นการจัดการแข่งขัน ปั่นจักรยาน พิชิตภูสิงห์-ภูผาผึ้ง จุดสูงสุดจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ประจำปี 2564 กิจกรรมประกอบด้วย การปั่นจักรยานประเภท VIP ระยะทาง 25 กิโลเมตร และการแข่งขันจักรยานเสือหมอบ และ เสือภูเขาทางเรียบ ระยะทาง 78 กิโลเมตร รายการ "ปั่นพิชิตภูสิงห์ ภูผาผึ้ง จุดสูงสุดจังหวัดอำนาจเจริญ " โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น รุ่นดังนี้ ประเภทเสือหมอบ และเสือภูเขา ประกอบด้วย รุ่นประชาชนทั่วไปชาย (โอเพ่น) รุ่นประชาชนทั่วไปหญิง (โอเพ่น) รุ่นอายุไม่เกิน18 ปี ชาย รุ่นอายุ19-29 ปี ชาย รุ่นอายุ 30-39 ปี ชาย รุ่นอายุ 40-49 ปี ชาย รุ่นอายุ 50ปีขึ้นไป ชาย รุ่นน้ำหนักเกิน 85 กิโลกรัม + ค่า BMI 30 ขึ้นไป ชาย และรุ่นอายุ 35 ปีขึ้นไป หญิง โดยเงินรางวัลแบ่งออกเป็น รางวัลที่ 1 จำนวน 1,000 บาท รางวัลที่ 2 จำนวน 800 บาท รางวัลที่ 3 จำนวน 500 บาท รางวัล และ รุ่น OVER ALL รางวัลที่ 1 จำนวน 15,000 บาท รางวัลที่ 2 จำนวน 8,000 บาท รางวัลที่ 3 จำนวน 5,000 บาท
จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม โดยมีค่าใช้จ่ายในการสมัคร ประเภท VIP 1,000 บาท และประเภทเสือหมอบ เสือภูเขา 600 บาท พร้อมชิงเงินรางวัลและถ้วยรางวัล รับสมัครวันนี้ จนถึง วันที่30 พฤศจิกายน 2564 สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ โทรศัพท์ 045-451-152 Facebook ชมรมจักรยานจังหวัดอำนาจเจริญ 089-7194906 , 0812392109

****************************************************************

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ

 

วันนี้ ( 20 พฤศจิกายน 2564 ) ที่ หอประชุมอำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญเป็นประธานในการมอบผ้าห่มกันหนาวจากคณะเพื่อนศิษย์เก่า 5/9 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ปี2521 ของผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ให้แก่ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนหมู่บ้านในพื้นที่อำเภอชานุมานเพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กับประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่หมู่บ้านของตนเอง โดยมีนายพลกฤษ เรืองสุกใส นายอำเภอชานุมานให้การต้อนรับ
ด้วยคณะเพื่อนนายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ศิษย์เก่า 5/9 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ปี 2521 จังหวัดขอนแก่นร่วมกันจัดทำโครงการหยาดน้ำใจใส่ผ้าห่มต้านลมหนาวชาวอำนาจเจริญ นำผ้าห่มกันหนาวอย่างดีจำนวน 700 ผืน มอบให้จังหวัดอำนาจเจริญผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญเพื่อนำไปมอบให้กับพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ เนื่องจากขณะนี้ได้ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว จะได้ช่วยผ่อนคลายความหนาวเย็นให้กับประชาชนที่ได้รับมอบ โดยในวันนี้ได้มอบผ้าห่มจำนวน 200 ผืน ให้กับผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่อำเภอชานุมานเพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่หมู่บ้านของตนเอง และในส่วนที่เหลือ 500 ผืนได้มอบให้เหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญนำไปมอบให้กับประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญที่ประสบภัยหนาวต่อไป

วันนี้ ( 19 พฤศจิกายน 2564) ณ อ่างเก็บน้ำร่องน้ำชับ ( อ่างน้อย ) ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีลอยกระทงวิถีไท-อำนาจเจริญประจำปี 2564 โดยมีนางรัชชุมา บุตรโพธิ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิจิตร บุญทัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ นายภูษิต น้อยโสภากุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอำนาจเจริญ นางสาววันเพ็ญ ตั้งสกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ นายณัฐพงค์ ตั้งสกุลกุลพัฒน์ นายกเทศมนตรีเมืองอำนาจเจริญ หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนชาวจังหวัดอำนาจเจริญและนักท่องเที่ยวร่วมงานในวันนี้ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 อย่างเคร่งครัด มีการตรวจวัดอุณหภูมิ เอกสารการฉีดวัคซีนก่อนเข้างานทั้งประชาชน นักท่องเที่ยวและพ่อค้าแม่ค้าที่มาจำหน่ายสินค้า
นางสาววันเพ็ญ ตั้งสกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญกล่าวถึงการจัดงานในวันนี้ว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมกับเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ ได้กำหนดจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2564 ขึ้น เพื่อสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนเห็นคุณค่าในสิ่งที่ดีงามของศิลปวัฒนธรรมไทยและมีส่วนร่วมในการประกอบกิจกรรมส่งเสริมประเพณีลอยกระทง อันเป็นการส่งเสริมความเป็นเอกลักษณ์ไทย อีกทั้งเป็นการปลูกฝังค่านิยมความเป็นไทย ภูมิใจในวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีไทยที่ดีงาม โดยจัดงานในระหว่างวันที่ 18- 19 พฤศจิกายน 2564 มีกิจกรรมประกอบด้วย การประกวดนางนพมาศ การประกวดกระทงบุปชาติ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง กิจกรรมแสดงรำวงย้อนยุค กิจกรรมล้วงไหพาโชค การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลาดโบราณริมคันอ่าง ซึ่งมีวัตถุประสงค์การจัดงาน 1. เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วม ในการอนุรักษ์และฟื้นฟู ประเพณีอันดีงามของไทย 2. เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นสำนึกและเห็นคุณค่าของประเพณีอันดีงามที่สืบทอดกันมายาวนานให้คงอยู่สืบไป 3.เพื่อแสดงความสำนึกถึงบุญคุณของแม่น้ำที่ให้เราได้อาศัยน้ำกิน น้ำใช้ ตลอดจน เป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคา ที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงไปในน้ำอันเป็นสาเหตุ ให้แหล่งน้ำไม่สะอาด 4.เพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมในตัวเด็กและเยาวชนให้สามารถเรียนรู้วิถีชีวิต ของคนในท้องถิ่นเกิดความรักและความศรัทธาซึ่งเป็นกระบวนหนึ่งในการปลูกฝังคุณธรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการศึกษาของตนเอง

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญพิธีเปิดอาคารผู้ป่วยนอก 5 ชั้นโรงพยาบาลอำนาจเจริญพร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานกระทรวงสาธารณสุข ปี 2565
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเดินทางลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญเพื่อเปิดอาคารผู้ป่วยนอก 5 ชั้น และงานวันครบรอบจัดตั้ง 48 ปี โรงพยาบาลอำนาจเจริญพร้อมประชุมมอบนโยบายการดำเนินงานกระทรวงสาธารณสุข ปี 2565 กับคณะผู้บริหารในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 และประชุม “มอบนโยบาย อสม. หมอประจำบ้าน พลังแห่งการขับเคลื่อนและพัฒนาระบบสุขภาพเข้มแข็ง” กับอสม.ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจกับประชาชนที่มารอรับบริการวัคซีน และเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ที่ให้บริการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน


วันนี้ ( 19 พฤศจิกายน 2564) เวลา 10.00 น. ณ บริเวณด้านหน้าอาคารผู้ป่วยนอก 5 ชั้น โรงพยาบาลอำนาจเจริญ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเดินทางลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อเปิดอาคารผู้ป่วยนอก 5 ชั้น และงานวันครบรอบจัดตั้ง 48 ปี โรงพยาบาลอำนาจเจริญ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการประวัติการก่อตั้งโรงพยาบาลอำนาจเจริญและการให้บริการทางการแพทย์ของทีมงานด้านสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมี นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญให้การต้อนรับ พร้อมด้วยนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 10 คณะผู้บริหารในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 และหัวหน้าส่วนราชการ อสม.ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญให้การต้อนรับ
โดยโรงพยาบาลอำนาจเจริญมุ่งมั่นพัฒนางานด้านสาธารณสุข และเพิ่มขีดความสามารถด้านการรักษาพยาบาลและมีศักยภาพในการให้บริการแก่ประชาชนทั้งในเขตจังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดใกล้เคียง จนได้รับการยกฐานะเป็นโรงพยาบาลทั่วไป ขนาด 330 เตียง การเปิดอาคารผู้ป่วยนอก 5 ชั้น ทำให้โรงพยาบาลแห่งนี้มีความพร้อมในการให้บริการแก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น สามารถรองรับปริมาณผู้ป่วยได้อย่างเพียงพอ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องการให้ประชาชนได้รับบริการด้านการแพทย์อย่างสะดวก รวดเร็ว มีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ ลดการแออัด ลดระยะเวลารอคอย และล ดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
จากนั้นเวลา 10.30 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ประชุมมอบนโยบายการดำเนินงานกระทรวงสาธารณสุข ปี 2565 ณ ห้องประชุมอาคารผู้ป่วยนอก ชั้น 5 โรงพยาบาลอำนาจเจริญ โดยมีนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 10 นำคณะผู้บริหารในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง
สำหรับนโยบายการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ได้ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการพัฒนางานด้านสาธารณสุขตามแนวพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ ให้ทุกคนยึดมั่นแนวนโยบายของรัฐบาล และการสนองโครงการพระราชดำริ ทางด้านสาธารณสุข ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศ์ทุกพระองค์ เป็นลำดับแรก ส่วนการขับเคลื่อนและพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้เข้มแข็ง นำองค์ความรู้ ด้านสาธารณสุขสร้างชาติ ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยสาธารณสุขวิถีใหม่ที่ดีกว่าเดิมในปี 2565 เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ “ประชาชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจไทยแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง” โดยมี 9 ประเด็น ที่สำคัญ คือ 1. การใช้มาตรการสาธารณสุขขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจ นำพาประเทศ กลับสู่ภาวะปกติ ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับภาวะปกติยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยยึดความปลอดภัยของคนไทยเป็นสำคัญ 2. พัฒนาศักยภาพสถานพยาบาลของรัฐ ให้สาธารณสุขไทยเป็นเรื่องง่าย สะดวก เข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตโรคระบาด อุบัติใหม่ และการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ 3. พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพการแพทย์ปฐมภูมิ ด้วย 3 หมอ อสม. หมอประจำบ้าน หมออนามัย และหมอครอบครัว เป้าหมาย คือ คนไทยมีหมอประจำตัว 3 คน (30 ล้านคน) และการจัดตั้งหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ ตามพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 จำนวน 3,000 ทีม 4. พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็นศูนย์การสาธารณสุขประจำตำบล ให้บริการส่งเสริม ป้องกัน ฟื้นฟู และคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อ “ชุมชนสุขภาพดี พึ่งตนเองได้” 5. พัฒนาและบูรณาการสำหรับผู้ป่วยสูงอายุ ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยครอบคลุมทั้งด้าน สมอง จิตใจ ฟัน ตา หู และหัวใจ 7. พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพงานบริการต่อยอด 30 บาท “รักษาทุกที่ ไม่ต้องมีใบส่งตัว” เพื่ออำนวยความสะดวก ลดความยุ่งยากด้านเอกสาร และรายจ่ายของประชาชน 7. พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพการรักษามะเร็ง รักษาทุกที่ ทั้งผ่าตัด เคมีบำบัด รังสีรักษา ที่รวดเร็ว ครอบคลุมทุกพื้นที่ 8. พัฒนาพืชสมุนไพร กัญชา กระท่อม และภูมิปัญญาไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้แก่ประชาชน ผมขอชื่นชมจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ได้มีแผนในการพัฒนาแหล่งปลูกและผลิตภัณฑ์ รวมถึงมีศูนย์แพทย์แผนไทยอำเภอพนา ที่เป็นแหล่งผลิตสมุนไพร เพื่อนำมาใช้ในการให้การรักษาผู้ป่วยที่ได้มาตรฐาน 9. พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นศูนย์ข้อมูลกลางสุขภาพประชาชน เพื่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุขส่วนบุคคลอย่างรวดเร็ว ภายใต้การดำเนินงานรูปแบบใหม่ที่ทันสมัย และมีมาตรฐาน
โดยขวัญกำลังใจของบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข คือ ภารกิจสำคัญ ที่ผ่านมามีการขับเคลื่อนการบรรจุข้าราชการใหม่ในสังกัด 45,242 ตำแหน่ง การจัดสรรค่าตอบแทนเงินเพิ่มพิเศษ การเลื่อนเงินเดือนกรณีพิเศษนอกเหนือโควตาปกติ ค่าตอบแทนเสี่ยงภัยของเจ้าหน้าที่และค่าตอบแทนฉีดวัคซีนโควิด 19 นอกสถานบริการ ทุกท่านครับ เราต้องอยู่กับโควิด 19 ให้ได้ อย่างปลอดภัย ที่สำคัญที่สุด ในการขับเคลื่อนนโยบายนอกจากบุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครสาธารณสุขแล้ว บุคคลที่มีความสำคัญในการต่อสู้โควิด 19 คือ บุคลากรจากกระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ธุรกิจบริการการท่องเที่ยว และภาคประชาชนทุกส่วนในพื้นที่
จากนั้นในเวลา 11.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดการประชุม “มอบนโยบาย อสม. หมอประจำบ้าน พลังแห่งการขับเคลื่อนและพัฒนาระบบสุขภาพเข้มแข็ง” ณ ห้องประชุมชัยพฤกษ์ ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา โรงพยาบาลอำนาจเจริญ โดยมีคณะผู้บริหารในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 และ อสม.ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญเข้าร่วมประชุม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่ากระทรวงสาธารณสุขมีนโยบาย“คนไทยทุกครอบครัวมีหมอประจำตัว 3 คน” โดยทุกครอบครัวจะมี หมอคนที่ 1 คือ อาสาสมัครสาธารณสุข หรือ อสม. เป็นหมอประจำบ้าน ช่วยดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชน 8 - 15 หลังคาเรือน อสม. มีความสำคัญในระบบสาธารณสุข เพราะท่านรู้จักทุกบ้าน ทุกคน และเคาะประตูบ้านมาแล้วทุกหลัง ประเทศไทยโชคดีที่มีการวางระบบ อสม. เพื่อทำหน้าที่สื่อสารวิธีการดูแลสุขภาพระหว่างพี่น้องประชาชนและแพทย์ การดูแลสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะนอกเขตเมือง ขึ้นอยู่กับพวกท่าน การปรับเปลี่ยนประเทศเพื่อให้ประชาชนไทยมีสุขภาพดี เริ่มต้นด้วยฝีมือการเคาะประตูบ้าน ที่ผ่านมา พี่น้อง อสม. ช่วยในเรื่องการตรวจลูกน้ำยุงลาย การวัดความดัน ตรวจน้ำตาล ให้ความรู้ที่เข้าใจง่ายกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และการใช้แอพพลิเคชั่น Smart อสม. ในการส่งข้อมูลไปยัง หมอคนที่ 2 คือหมอสาธารณสุข ที่จะให้การรักษาเบื้องต้นในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือ รพ.สต. ก่อนถึงมือหมอคนที่ 3 คือ หมอครอบครัว ที่เป็นแพทย์และทีมพยาบาลประจำคลินิกหมอครอบครัว หมอ 1 คน รับผิดชอบประชาชน 10,000 คน ประมาณ 1 - 3 ตำบล หมอประจำตัวทั้ง 3 คน จะทำงานร่วมกันในการดูแลให้ความรู้ ส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนในพื้นที่ นโยบายนี้จะทำให้คนไทยทุกคน ทุกครอบครัว มีหมอดูแลทุกระดับของการเจ็บป่วย ช่วยลดความแออัด ลดการรอคอยในโรงพยาบาล ถ้า อสม.ช่วยให้พี่น้องประชาชนได้ปรึกษาแพทย์ในระบบรักษาทางไกล Telemedicine ได้ด้วย จะช่วยให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 พี่น้อง อสม. คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาระบบสุขภาพให้เข้มแข็ง จนทั่วโลกให้การชื่นชม
จากนั้นในช่วงบ่ายนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและพบปะพูดคุยกับประชาชนที่มารอรับบริการวัคซีน และเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ที่ให้บริการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ณ ศูนย์บริการฉีดวัคซีน หอประชุมพุทธอุทยานอำนาจเจริญ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ จากข้อมูลเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 จังหวัดอำนาจเจริญมีประชาชนที่ได้รับวัคซีนแล้วจำนวน 191,927 คน คิดเป็นร้อยละ 50.51

หน้าที่ 1 จาก 39